Last updated: 15 ต.ค. 2569 | 378 จำนวนผู้เข้าชม |
สำหรับช่างไฟเบอร์กลาสมือใหม่ หรือฝ่ายจัดซื้อที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการวัสดุคอมโพสิต หนึ่งในคำถามที่พบบ่อย ที่มักจะสร้างความสับสนอยู่เสมอคือ "ใยแก้ว (Fiberglass) แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และควรเลือกซื้อแบบไหน?" เพราะในท้องตลาดมีใยแก้วหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ การเลือกใช้ใยแก้วผิดประเภทไม่เพียงแต่ทำให้ทำงานยากขึ้น แต่ยังส่งผลถึงความแข็งแรงของชิ้นงานและต้นทุนที่บานปลาย
เราจะมาเจาะลึกให้ความรู้เชิงวิศวกรรมแบบเข้าใจง่าย เพื่อเปรียบเทียบวัสดุเสริมแรง 2 ชนิดที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ใยแก้วผืน (CSM) และ ใยทอ (Woven Roving) รวมถึงเทคนิคการใช้แบบ Combo ที่มืออาชีพนิยมใช้กัน


ใยแก้วผืน (CSM) คือใยแก้วที่เกิดจากการนำเส้นใยแก้วชนิด E-glass มาตัดให้สั้นลงประมาณ 3-5 นิ้ว แล้วนำมาโปรยเรียงตัวกันแบบสุ่ม (Random) ยึดเกาะกันเป็นผืน


ใยทอ (Woven Roving) คือการนำเส้นใยแก้วแบบเส้นเดี่ยว (Roving) มาทอขัดกันในแนวตั้งและแนวนอนคล้ายกับการทอผ้า (Plain Weave


ในทางปฏิบัติทางวิศวกรรม ช่างไฟเบอร์กลาสมืออาชีพมักจะไม่ใช้ใยทอ (Woven Roving) ล้วนๆ ในการวางซ้อนกันหลายๆ ชั้น นั่นเป็นเพราะพื้นผิวของใยทอมีความหยาบและเป็นร่องลึก หากวางซ้อนกันเองจะทำให้เกิดช่องว่าง (Void) และเสี่ยงต่อการหลุดร่อน (Delamination) ได้ง่าย
เทคนิค Combo จึงถือกำเนิดขึ้น โดยการปูสลับชั้นกันระหว่าง ใยแก้วผืน (CSM) 1 ชั้น สลับกับ ใยทอ (Woven Roving) 1 ชั้น
ทำไมสูตรนี้ถึงเป็นที่นิยมสูงสุด?
การเลือกสเปควัสดุเสริมแรงได้อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ชิ้นงานของคุณมีคุณภาพและปลอดภัย แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพในการบริหารต้นทุนอีกด้วย
เกี่ยวกับ J.N. TRANSOS
ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมวัสดุคอมโพสิตของประเทศไทย และการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 J.N. TRANSOS คือผู้เชี่ยวชาญผู้เชี่ยวชาญด้านไฟเบอร์กลาส หากบริษัทหรือโรงงานของคุณต้องการที่ปรึกษาในการเลือกใยแก้ว หรือต้องการสินค้าคุณภาพระดับโลกอย่างแบรนด์ JUSHI หรือ Taishan (CTG) ทีมวิศวกรของเราพร้อมให้คำแนะนำอย่างเป็นมิตร และตรงไปตรงมา
--
ติดต่อสอบถามข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมได้ที่ Contact Us
อุปกรณ์ไฟเบอร์ (ลูกกลิ้งไล่ฟองอากาศ)