dot dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot




การทำไฟเบอร์กลาสด้วยระบบแวคคั่ม (Infusion) ตอนที่ 6 - ตอนจบ

      ภาพที่ 36-38  เมื่อตรวจสอบระบบและแก้ไขรอยรั่วต่างๆจนมั่นใจแล้วเราจะทำท่อดูดเรซิ่นเข้า   โดยตัดยางซิลิโคนตามความยาวที่ต้องการซึ่งขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดวางถังเรซิ่นกับโมลด์เป็นสำคัญ   ให้ตัดปลายสายยางด้านที่จะเสียบเข้ากับ cap ทางเข้าเรซิ่นเป็นแนวตรงธรรมดาแล้วพันด้วย Sticky Tape ซัก 2-3 รอบที่ปลายด้านนั้นเพื่อใช้เป็นซีลกันอากาศเข้าระหว่างสายยางกับ cap  ส่วนปลายอีกด้านของสายยางให้เราตัดเป็นแนวเฉียง  เพราะเราจะจุ่มปลายด้านนี้ลงในถังเรซิ่น  แนวเฉียงจากการตัดนี้จะได้ป้องกันไม่ให้ปลายสายยางไปอุดกับก้นถังเรซิ่นทำให้เรซิ่นวิ่งเข้าสายยางได้ไม่ดี

36

37 38

 

     ภาพที่ 39 และ 40 บีบสายยางซิลิโคนตรงกลางด้วยคีมปากเป็ดก่อนที่จะเอาปลายด้านเรียบเสียบเข้ากับ cap ทางเรซิ่นเข้า   คีมปากเป็ดที่บีบสายยางไว้จะกันไม่ให้อากาศถูกดูดเข้ามาในโมลด์ได้  ดังนั้นในการเสียบสายยางเข้ากับ cap ก็ต้องทำด้วยความรวดเร็วด้วยเพื่อให้อากาศเข้าไปในระบบน้อยที่สุด  กด Sticky Tape ที่พันไว้ที่ปลายสายยางให้แนบสนิทกับ cap จนมั่นใจว่าไม่มีรอยรั่วให้อากาศเข้าได้ 

 39 40

 

       ภาพที่ 41 และ 42 นำสายยางอีกด้านที่เป็นปลายเฉียงจุ่มลงในถังเรซิ่นที่ผสมโคบอลท์และตัวเร่งตามอัตราส่วนที่ต้องการไว้ล่วงหน้าแล้ว   ปลดคีมปากเป็ดออก   เรซิ่นในถังจะถูกระบบสุญญากาศดูดผ่านเข้าไปในโมลด์ทันที   ระหว่างที่ดูดเรซิ่นอยู่นั้นให้ระวังอย่าให้สายยางซิลิโคนเลื่อนหลุดออกจากถังเรซิ่นได้  เพราะอากาศจะถูกดูดเข้าไปค้างอยู่ในโมลด์ผสมกับเรซิ่นทันที  ถึงแม้จะรีบจุ่มสายยางกลับไปในถังเรซิ่น  เรซิ่นที่ไหลเข้าในโมลด์ก็ไม่สามารถไล่อากาศเหล่านั้นออกได้หมด จะเห็นเป็นฟองขาวๆค้างอยู่ในชิ้นงานเต็มไปหมด   ในการสาธิตครั้งนี้เราใช้กระดาษกาวย่นยึดสายยางซิลิโคนไว้กับถังเรซิ่น

41 42 

 

      ภาพที่ 43-45  ปล่อยให้ระบบสุญญากาศค่อยๆดูดเรซิ่นให้ซึมเข้าสู่โมลด์  เราจะเห็นเรซิ่นซึมผ่านวัสดุเสริมแรงต่างๆตามแนวท่อกระจายเรซิ่นที่วางไว้เป็นสีที่เข้มขึ้นมา   โดยเรซิ่นจะวิ่งจากทางเข้าวิ่งไปหาท่อทางออกที่ต่อกับถังดักและปั๊ม   ความเร็วในการซึมผ่านของเรซิ่นจะขึ้นอยู่กับความหนืดของตัวเรซิ่นเอง   รวมไปถึงความหนาของชิ้นงาน และชนิดของวัสดุเสริมแรงที่ใช้   การวางตัวของเส้นใยแก้วเองก็มีความสำคัญมากเช่นกัน   ถ้าการไหลซึมของเรซิ่นเป็นไปในทางเดียวกับเส้นใยแก้วเรซิ่นก็จะไหลซึมได้เร็วขึ้นมาก  

43

44 45 

 

      ภาพที่ 46 และ 47 เมื่อเรซิ่นซึมผ่านมาถึงตัวเบรคเรซิ่นก่อนเข้าสู่ท่อทางออก  เรซิ่นควรจะซึมเต็มโมลด์แล้วให้เราใช้คีมปากเป็ดหนีบสายยางซิลิโคนที่ต่ออยู่ระหว่างท่อทางออกเรซิ่นกับถังดักเรซิ่น  เพื่อชะลอแรงดึงของระบบสุญญากาศ แต่เราก็ไม่ต้องการปิดปั๊ม Vacuum เช่นกันเพราะระบบสุญญากาศที่กดโมลด์อยู่อาจจะเสียไปเนื่องจากคีมปากเป็ดบีบสายยางได้ไม่สนิทพอ   อย่างไรก็ตามในกรณีที่เรซิ่นมาถึงท่อทางออกแล้วแต่เรซิ่นก็ยังไม่ซึมเต็มโมลด์   (โดยเฉพาะในกรณีที่เราจัดให้มีทางออกหลายทางเราก็ต้องปล่อยให้เรซิ่นบางส่วนวิ่งผ่านท่อทางออกเข้าสู่ถังดักเรซิ่นจนกว่าเรซิ่นส่วนอื่นจะซึมทั่วพื่นที่โมลด์ตามต้องการแล้วเท่านั้น  แล้วค่อยใช้คีมปากเป็ดบีบสายยางซิลิโคนที่ต่อจากท่อทางออกได้ เสร็จแล้วให้ใช้คีมปากเป็ดอีกอันบีบท่อทางเข้าเรซิ่นระหว่างถังเรซิ่นกับ capทางเข้า  เพื่อไม่ให้ระบบดูดเรซิ่นเพิ่มเข้ามาในโมลด์อีก   เนื่องจากว่าคีมปากเป็ดไม่สามารถบีบสายซิลิโคนให้ปิดสนิทได้ 100ให้เราเติ่มตัวเร่งลงในถังเรซิ่นให้เรซิ่นส่วนที่เหลือแข็งตัวให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้เป็นตัวอุดท่อซิลิโคนนั่นเอง   นั่นหมายความว่าเรซิ่นที่เตรียมไว้ในถังจะต้องมากกว่าเรซิ่นที่จะใช้ในการทำชิ้นงานจริงเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เรซิ่นหมดแล้วระบบดูดอากาศเข้าไปในโมลด์ได้

46 47 

 

      ภาพที่ 48  เราต้องเปิดปั๊ม Vacuum ทิ้งไว้จะกว่าเรซิ่นจะเริ่มแข็งตัวแล้วอุดท่อทางออกจึงสามารถปิดปั๊มได้   เมื่อเรซิ่นแข็งตัวดีแล้วค่อยลอกเอา Vacuum Bag ออกตามด้วยอุปกรณ์พวกท่อกระจายเรซิ่น สายยางซิลิโคน Sticky Tape และท้ายสุดคือ Peelply โดยวัสดุทุกอย่างที่กล่าวมานั้นเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องเสียไปในการทำการ Vacuum ชิ้นงาน ทุกๆชิ้นเพราะมันต้องสัมผัสกับเรซิ่น

จากนั้นก็ทำการแกะชิ้นงานออกจากโมลด์ตามปรกติ  ชิ้นงานที่ได้จะมีผิวหน้าที่สัมผัสกับ Peelply แบบกึ่งเรียบ  คือยังมีรอยของ ผิวPeelply และรอยจีบอยู่

48

 

     ภาพที่ 49 และ 50  เป็นตัวอย่างการวางจุดเรซิ่นเข้าและออกในลักษณะอื่นๆ  ทั้งนี้ผู้ผลิตต้องพิจารณาจากรูปลักษณะและขนาดของโมลด์   รวมทั้งทิศทางการวางตัวของเส้นใยแก้ว   โดยอาศัยประสบการณ์เป็นสำคัญว่าจะวางจุดเหล่านี้ที่ส่วนใดของโมลด์เพื่อให้เรซิ่นไหลซึมได้เร็วและทั่วถึงที่สุด

49 50




.




บริษัท เจ.เอ็น.ทรานสอส(ประเทศไทย)จำกัด T.02-8137315,6 Fax.02-8111574